Wednesday, October 14, 2009

การสอบที่โหดที่สุด

วันนี้ตื่นนอนตอนตีห้าตรง นอนรอคนโทรมาปลุกอยู่สิบนาทีแต่ก็ไม่มีวี่แวว ก็เลยไปอาบน้ำแต่งชุดนักศึกษา เวฟมักกะโรนีกับชงกาแฟกินตอนเช้าแต่น่าเสียดายกินไปได้ครึ่งจานก็อิ่ม สุดท้ายเลยต้องเททิ้ง นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกมาหน้าหมู่บ้านเมืองเอก นั่งรถเมล์ไปเมเจอร์รังสิตเพื่อไปต่อรถตู้ไปรามสอง ต่อคิวขึ้นรถตู้ตามปกติ ปกติรถตู้จะใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้นในการเดินทางไปรามสอง วันนี้การเดินทางบนโทล์เวย์และทางด่วนดินแดง-บางนาเป็นไปตามปกติ ยกเว้นซอยทางเข้ารามสองที่น้ำท่วมสูงเท่าหัวเข่า รถก็เลยติดอยู่ตรงทางเข้ารามอยู่ครึ่งชั่วโมงถึงจะมาถึงมหาวิทยาลัย ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวได้อย่างอยากลำบากก็เกิดเหตุการณ์น่ากลัวบนรถตู้ เนื่องจากแอร์มันเสียซักอย่างงั้น เรานั่งริมหน้าต่างด้านแดดส่องเลยค่อยๆกลายเป็นเนื้อหมูแดดเดียว พอรถตู้มาถึง ก็ถึงกับช๊อคค่ะ เพราะทั้งมหาวิทยาลัยน้ำท่วม หากจะไปสอบต้องเดินลุยน้ำแน่นอนเพื่อข้ามถนน เดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยและเดินไปที่ตึกสอบ

ดูสภาพเอาละกันว่าการสอบครั้งนี้มันยากลำบากขนาดไหน แต่ต้องกัดฟันทนเพราะอีกไม่นานก็จะเรียนจบแล้ว จำเป็นที่จะต้องสอบวิชาวันนี้ให้ผ่าน ไม่อย่างงั้นจะเสียเวลาไปอีกเทอม เลยต้องสู้

การสอบเทอมนี้แปดเล่มของเราใกล้เสร็จแล้ว เหลือกฎหมายอีกเล่มเดียว สู้ตาย



Sunday, September 27, 2009

HPV

วันนี้เป็นวันที่สอง หลังจากไปฉีดวัตซีนป้องการมะเร็งปากมดลูก แต่ทำไมแขนมันยังปวดอยู่เลย ขยับมากก็รู้สึกแปลบๆ แต่ถึงยังไงก็รู้สึกดีมากทีเดียวที่ได้ฉีด เพราะตอนนี้ราคาวัคซีนก็ลดลง แต่ก่อนราคาเหยียบหมื่น แต่ล่าสุดไปฉีดที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะจังหวัดปทุมธานี เขามีโปรโมทชั่นราคาวัคซีนสามเข็ม 6800 บาท แต่เนื่องจากต้องมีค่าบริการแพทย์บวกกับอุปกรณ์แพทย์ ค่าบริการสามครั้ง จึงต้องบวกเงินเข้าไปอีก 500 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 7300 ไปฉีดวัคซีนยังได้กระเป๋าลองชอมสีชมพูขอเก๊แถมมาอีกด้วยแหละ การไปฉีดยาครั้งนี้เลยได้ข้อมูลเรื่องวัคซีนมาด้วยคือตอนนี้มีอยู่สองยี่ห้อคือ Cervarix กับ Gardasil ยี่ห้อแรกเนี่ยคือ
Cervarix สามารถป้องกันไวรัสได้สองสายพันธุ์ อันเป็นสาเหตุของมะเร็ง ด้วยความที่มันมีแค่สองสายพันธุ์มันจึงมีประสิทธิภาพ สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า Gardasil
Gardasil สามารถป้องกันได้ สี่สายพันธุ์ เลยป้องกันได้แบบหลากหลาย ทั้งหูด มะเร็งและอื่นๆ ราคาจึงแพงกว่า เพราะมันป้องกันได้หลายโรค หูดหลายแบบ หมอบอกว่าเหมาะกับคนมีแฟนเยอะและชาวสีม่วง (ตรงกะเราป่าว?)

สุดท้ายเลยเลือก Cervarix หลังเข้าไปฟังหมออธิบายเรื่องวัคซีน ซักประวัติทำความเข้าใจ ก็ถูกนำตัวไปฉีดยาเข็มแรก ซึ่งเข็มที่สองจะถูกฉีดห่างจากเข็มแรก 1 เดือน เข็มสุดท้ายจะถูกฉีดห่างจากเข็มแรก 6 เดือน รวมจบสามเข็ม วัคซีนป้องกันมะเร็งได้ 70-80% เยอะดีเนอะ

อีกเรื่องคือฤดูสอบอีกแล้ว
วันนี้ไปสอบที่ราม 2 อากาศกำลังดีเชียว ตื่นหกโมงเช้าอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านเจ็ดโมง ไปถึงที่สอบตอน8.30นั่งอ่านหนังสือจนเข้าสอบตอน 9.30 ทำข้อสอบประมาณ 40 นาทีก็นั่งรถตู้กลับบ้าน แวะกินก๋วยจับหน้าหมู่บ้านเจ้าประจำจนถึงบ้าน 12.00 อาบน้ำแล้วก็นอนไม่รู้ตัวไปอีกสามชั่วโมง แย่แล้ว อีกสองวันจะสอบอีกแล้วยังเอาแต่นอน เทอมนี้ลงรามไปตั้ง 8 ตัว ไม่รู้จริงๆว่าเราจะรอดไหม แง้ๆ

Thursday, September 24, 2009

กลับบ้านเรา


ตอนนี้อยู่เมืองไทยแล้ว มีความสุขจังเลย จากญี่ปุ่นมาจะเดือนแล้ว คิดถึงที่นั้นจัง แล้วพบกันใหม่นะเจแปน กลับมาคราวนี้ได้เจอกับสมาชิกตัวใหม่ของบ้าน มาริโอ้ น่ารักไหมเอย

Posted by ShoZu

Monday, July 27, 2009

Hanabi

ทำไมนะ ตอนนี้อัพบล๊อกผ่าน iphone ไม่ได้แล้ว สงสัยว่าโปรแกรมมันจะเน่าเสียแล้ว แย่จริงๆ อัพๆขึ้นมาแต่พอมาเปิดก็ตกกะใจ ทำไมถึงไม่มีข้อความ แง้ๆ

เมื่อวันเสาร์ไปดูดอกไม้ไฟ ที่ญี่ปุ่นนี่ดีจังเลยหน้าร้อน สาวๆหนุ่มๆก็ใส่ชุดยูกะตะ ออกไปดูดอกไม้ไฟ เกิดมายังไม่เคยได้เห็นดอกไม้ไฟสวยขนาดนี้เลย จุดตั้งสองชั่วโมง อลังการจัง แต่น่าเสียดายตรงที่ตำแหน่งนั่งนั้นแย่มาก มีทั้งต้นไม้และตึกบังเลยไม่ได้เห็นพลุแบบเต็มตา งานนี้มีพี่วาด พี่กุ้ง พี่มรรคและอดี้

กลับบ้านดึกมากมาย แต่ก็ประทับใจสำหรับการดูพลุครั้งแรก วันรุ่งขึ้นก็ต้องตื่นไปสอบโทอิก มีใครก็ไม่รู้อะไปส่งแล้วก็ตามกลับมารับไม่แน่ใจเอามากๆเลยกับ ส่วน Listening ทำไงดีนะ กลัวจังว่าจะได้คะแนนไม่เต็มที่ ก็จะเอาไปสมัครทุนนี่ แต่เอาเหอะมันใจในส่วน Reading เป็นพอ หลังสอบก็ไปนั่งหม่ำข้าวหน้าปลาไหลกันอย่างมีความสุข แล้วอดี้ก็แอบไปงีบๆเอาแรง เตรียมตัวออกไปเดินแรดๆที่จียูกาโอกะ ระหว่างทางเดินไปก็เจอ Obon matsuri ก็เลยแอบแวะดู อยากเต้นตามจังหวะป้าๆ แต่เต้นไม่เป็น ดีจังเลยหน้าร้อนของเขามีงานวัดกันทุกที่ มีการตีกลองแล้วก็เต้นเป็นวง

หลังจากซื้อน้ำแข็งใสกับใครก็ไม่รู้ ราคาถูกมากแค่ 50เยนเท่านั้น มีสองสี คือน้ำเขียว น้ำแดง ก็เลยซื้อมาอย่างละหนึ่ง เดินต่อไปวนไปวนมาดูของแต่งบ้านแพงๆ ที่ไม่มีปัญญาจะซื้อ สุดท้ายมาลงเอยที่ร้านสปาเก็ตตี้ น่ากินมากเลยลองดู

อันนี้เป็นของ Donkey Marky

Thursday, July 23, 2009

อาหารเช้า


วันนี้ภาทำอาหารเช้า หลังจากเมื่อคืนซื้อปลาราคาถูกมาทอด แค่150เยนเอง ถูกจริง

Posted by ShoZu

Monday, July 20, 2009

รักเอย

การมีความรักนี่ ดูเหมือนจะง่ายนิดเดียวแต่การจะรักษามันนั้น ยากกว่าหลายเท่า เพราะความรักของใครก็เป็นไปในแบบของคนนั้น ไม่มีแผนตายตัว ไม่เหมือนใคร และต้องไม่เปลี่ยนแปลงคนรักให้มาเป็นในแบบที่เราต้องการ การเปลี่ยนตัวตนคู่รักของเรา เท่ากับเราไม่ได้รักเขาจริง ความรักต้องรู้จักให้เกียรตฺิ เข้าใจ ความรักต้องมีศรัทธา ความเชื่อ วางใจ ไม่ปิดบัง หากสูญเสียสิ่งเหล่านี้ คงยากที่จะเรียกสิ่งดีๆกลับมา รักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ความรักที่ต้องการสิ่งอื่นแอบแฝงก็ไม่ใช่ความรักอยู่ดี ความรักต้องไม่นอกใจ เพราะการนอกใจคือชนวนระเบิด นำไปสู่หายนะ ความรักคือการให้อภัยในสิ่งที่เขาทำผิด หากให้อภัยไม่ได้อย่างเต็มใจก็อย่าฝืน ความรู้สึกดีๆ คือสิ่งที่ควรจำให้เนินนาน สิ่งไม่ดีไม่ควรจำ อยากมีความรักจังเลย รักแท้นั้นอยู่แห่งหนใดนะ

ได้อ่านวิธีรักษาความรัก 25 ข้อ รู้สึกถูกใจจังเลย

1. อย่าเขินที่จะบอกรัก

2. จดจำรายละเอียดของอีกฝ่าย เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรดคืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เสมอ

3. โรแมนติกอย่างรู้กาละเทศะ เลือกสถานที่ให้ถูกที่ เลือกเวลาให้ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ใครก็ชอบ แต่ความพอเหมาะพอดีก็สำคัญ

4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

5. อย่าปล่อยให้อารมณ์โกรธอยู่เหนือความรักที่มี นึกถึงเรื่องดีๆ ที่เขาเคยทำให้ จะช่วยให้อารมณ์โกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย เป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนจะมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายก็จะกลายเป็นเรื่องเล็ก

7. ปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติด ควบคุมมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้อีกฝ่ายไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง รวมทั้งพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้าง จะได้ไม่อึดอัดเช่นกัน

8. พูดกันตรงๆ โดยเลือกใช้คำพูดที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนว่าต่างฝ่ายทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ควรมีขอบเขต ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่อีกฝ่ายต้อวการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้ตลอดกาล

10. ห้ามโกหก ผลลับที่ร้ายแรงของการโกหกคือ ต่างฝ่ายจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหาอีกฝ่ายยังไม่พร้อม การดึงดันให้รู้เดี๋ยวนั้น ว่าทำไม? เพราะอะไร? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ควรลองถอยออกมาหนึ่งก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าทั้งสองฝ่ายจะพร้อม แล้วค่อยคุยกันใหม่ก็ยังไม่สาย

12. ดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ

13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก เพราะเป็นเรื่องความรู้สึกของคนสองคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว อย่าคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้ เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

14. ห้ามพูดถ้อยคำหยาบคาย จะทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหน ก็ห้ามด่าทอกันเสียๆ หายๆ

15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน

16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น เลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างสองคน

17. ให้โอกาสอีกฝ่ายแก้ไขข้อผิดพลาด กับคนที่เรารักยิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาส

18. อย่าอายที่จะขอโทษ

19. หากิจกรรมสร้างสรรค์ทำร่วมกัน เช่น ชวนกันเล่นกีฬา ไปดูงานศิลปะ เพื่อให้ความรักสดใส และได้พบสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต

20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมอีกฝ่ายไม่เข้าใจเรา นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้เป็นคนขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

21. รู้สึกดีกับสังคมที่อยู่ ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน เพื่อยกระดับจิตใจและทำให้ภูมิใจในตัวเอง

22. อย่าปิดกั้นโอกาส เปิดตัวเองให้รู้จักกับคนใหม่ๆ เพราะการได้รู้จักคนที่หลากหลาย จะทำให้รู้คุณค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเอง

23. รู้จักใช้ภาษากายในการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง เพราะสามารถสื่อความในใจได้ดีกว่าคำพูดในหลายโอกาส

24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อยจนกลายเป็นการควบคุมผูกมัด พูดในจังหวะที่เหมาะสม ให้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในแผนการอนาคตของกันและกัน

25. รู้จักรักตัวเอง เพื่อให้สามารถรักคนอื่นได้เช่นกัน

Friday, July 10, 2009

Astellas

วันนี้มีคนเดินมารับที่หอด้วย ดีใจจัง แล้วก็พากันมุ่งตรงไป Akihabara เพื่อไป Tsukuba express line ดีจังได้ไปอีกแล้ว ครั้งนี้ไปลงที่สถานี สวนวิจัย (แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นแหละ)ลงกันเสร็จอาจารย์ก็ออกเงินถีบขึ้นรถแท๊กซี่ กันไปคันละสามคน เพื่อไปบริษัทผลิตยา Astellas งานนี้ประทับใจค่ะกับบรรกาศตึกของเขาที่ออกแบบเพื่อให้พนักงานของเขาได้มีโอกาสสื่อสารกันอย่างมีประสิทธฺิภาพ ไม่มีฉากกั้น ห้องก็กว้าง เพิ่มพื้นที่ว่าง ปลอดโปร่ง แสงแดดส่องได้ทั่วถึงดี ความรู้ที่ได้ก็คงแนวความคิดในการวิจัยยา ที่จะต้องหาโปรตีนที่สามารถเข้าไปขัดขวางเชื้อโรค หรือโปรตีนที่เราไม่ต้องการ แต่กว่าจะหาโปรตีนหรือยาอันนั้นได้ก็ต้อง ค้นหาสารมากมายเป็นล้านๆชนิด เพื่อหาโครงสร้างโปรตีนที่เราต้องการ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรยังไงยังงั้น โอกาศเจอยาจึงมีแค่ หนึ่งในล้าน แถมกว่าจะวิจัยได้เป็นยาก็ใช้เวลาอีก 50 ปี โอเคตายก่อนแน่เลย


ประทับใจสุดๆค่ะ กับตอนสุดท้าย อาจารย์พาไปเลี้ยงซูชิรางหมุน แล้วขึ้นรถไฟกับโตเกียว
ก่อนจากลากันที่ Akihabara